ข้อมูลจังหวัดเพชรบุรี
เพชรบุรีเป็นเมืองที่เล่าเรื่องผ่านทั้งยอดเขาที่มีพระราชวังเก่าแก่ และรสหวานของขนมโบราณที่ยังทำกันแบบดั้งเดิมมาจนถึงทุกวันนี้ ผสมผสานกับหาดชะอำที่อยู่ไม่ไกลจากตัวเมือง ทำให้เที่ยวได้ครบทั้งวัฒนธรรมและทะเลในทริปเดียว
ด้วยระยะทางไม่ไกลจากกรุงเทพฯ มากนัก เพชรบุรีจึงเหมาะกับทริปวันเดียวหรือพักค้าง 1-2 คืน ทั้งเที่ยวเขาวัง ชิมขนมหวาน และพักผ่อนริมทะเลชะอำได้ในทริปเดียวกัน
ภาพรวมจังหวัดเพชรบุรี
เพชรบุรีเป็นจังหวัดชายฝั่งทะเลภาคตะวันตกของประเทศไทย มีพื้นที่ติดอ่าวไทยทางทิศตะวันออกและติดแนวเทือกเขาตะนาวศรีชายแดนเมียนมาทางทิศตะวันตก ทำให้มีภูมิประเทศหลากหลายทั้งชายทะเล ที่ราบ และป่าเขา เป็นเมืองประวัติศาสตร์เก่าแก่ที่มีความสำคัญมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา
ที่มาของชื่อจังหวัด
"เพชรบุรี" มาจากคำว่า "เพชร" (อัญมณีล้ำค่า) รวมกับ "บุรี" (เมือง) มีข้อสันนิษฐานว่าเกี่ยวข้องกับความอุดมสมบูรณ์และความรุ่งเรืองของเมืองในอดีต ซึ่งเคยเป็นเมืองสำคัญทางการค้าและเป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์หลายพระองค์
ภูมิศาสตร์และการปกครอง
เพชรบุรีแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 8 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองเพชรบุรี เขาย้อย หนองหญ้าปล้อง ชะอำ ท่ายาง บ้านลาด บ้านแหลม และแก่งกระจาน พื้นที่ชายฝั่งอยู่ในเขตอำเภอชะอำและบ้านแหลม ส่วนแก่งกระจานเป็นอำเภอที่มีพื้นที่ป่าใหญ่ที่สุดของจังหวัด ครอบคลุมอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน
เศรษฐกิจและงานหัตถกรรมพื้นบ้าน
เศรษฐกิจของเพชรบุรีมาจากการเกษตร การประมงชายฝั่ง และการท่องเที่ยว แต่สิ่งที่ทำให้จังหวัดนี้มีชื่อเสียงทั่วประเทศคืออุตสาหกรรมขนมหวานที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน ใช้น้ำตาลโตนดจากต้นตาลในพื้นที่เป็นวัตถุดิบหลัก กลายเป็นเอกลักษณ์ที่ทำให้เพชรบุรีถูกเรียกว่า "เมืองขนมหวาน"
การเดินทางมาเพชรบุรี
จากกรุงเทพฯ เดินทางมาเพชรบุรีได้สะดวกผ่านถนนเพชรเกษม (ทางหลวงหมายเลข 4) ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง หรือจะนั่งรถไฟสายใต้จากสถานีกรุงเทพ/สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ก็มีรอบให้บริการหลายเที่ยวต่อวัน สำหรับคนที่จะไปแก่งกระจานต้องต่อรถอีกประมาณ 1 ชั่วโมงจากตัวเมือง
ช่วงเวลาที่เหมาะกับการท่องเที่ยว
หาดชะอำเที่ยวได้ตลอดทั้งปี แต่ช่วงพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์อากาศจะเย็นสบายที่สุด ส่วนแก่งกระจานแนะนำให้ไปช่วงฤดูหนาว (พฤศจิกายน-กุมภาพันธ์) เพราะเส้นทางแห้งสะดวกและเหมาะกับการดูนก/สัตว์ป่า หลีกเลี่ยงช่วงฤดูฝนที่เส้นทางอาจลื่นและปิดบางจุด